Featured image of post จะใช้ Be, Being และ Been ในภาษาอังกฤษเมื่อไหร่ดี? เข้าใจความแตกต่างและการใช้งาน

จะใช้ Be, Being และ Been ในภาษาอังกฤษเมื่อไหร่ดี? เข้าใจความแตกต่างและการใช้งาน

จะใช้ be, being และ been ในภาษาอังกฤษเมื่อไหร่ดี? อะไรคือความแตกต่างและสถานการณ์การใช้งานของแต่ละคำ?

Photo by Ivan Shilov on Unsplash

เวลาเรียนภาษาอังกฤษ คุณเคยสับสนกับคำว่า be, being และ been บ้างไหม? พวกมันดูคล้ายกัน แต่การใช้งานนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

จริงๆ แล้ว คุณแค่ต้องเข้าใจตรรกะหลักเพียงอย่างเดียว: “ตัวตน (Persona) vs. การแสดงออก (Acting)” แล้วคุณก็จะเข้าใจความแตกต่างได้อย่างง่ายดาย!

แนวคิดหลัก: Be คือตัวตน, Being คือการแสดงออก

ในภาษาอังกฤษ มีความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างการพูดว่าใครบางคน “เป็น (is)” อะไรสักอย่าง กับใครบางคน “กำลังทำตัว (is being)” เป็นอะไรสักอย่าง:

  • He is mean. (เขาใจร้าย) 👉 นี่คือ นิสัยที่แท้จริง ของเขา เขาเป็นคนใจร้ายอยู่แล้ว (นี่คือ “ตัวตน”)
  • He is being mean. (เขากำลังทำตัวใจร้าย) 👉 นี่อาจจะไม่ใช่นิสัยที่แท้จริงของเขา แต่ พฤติกรรมในปัจจุบัน ของเขามันน่ารำคาญ (นี่คือ “การแสดงออก”)

พูดง่ายๆ คือ:

  • Be (Am/Is/Are): นี่คือ “นิสัยระยะยาว” ของคุณ
  • Being: นี่คือสิ่งที่คุณ “กำลังแสดงออกมาชั่วคราว” ในตอนนี้

หลังจากเข้าใจแนวคิดหลักนี้แล้ว เรามาดูว่าคำทั้งสามคำนี้เปลี่ยนแปลงไปตามไทม์ไลน์อย่างไร

ไทม์ไลน์ของ Be, Being และ Been

ถ้าเราวางคำทั้งสามคำนี้ลงบนไทม์ไลน์ พวกมันจะแสดงถึงสถานะที่แตกต่างกัน:

  1. Be (รูปเดิม): แสดงถึงแก่นแท้ อนาคต หรือคำสั่ง
  2. Being (ปัจจุบันกาล): แสดงถึงช่วงเวลาที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้
  3. Been (อดีตกาล): แสดงถึงประสบการณ์ที่สั่งสมมา หรือสถานะที่ต่อเนื่อง

เรามาแยกย่อยทีละตัวกัน

1. Be: รูปเดิม (แก่นแท้, อนาคต, คำสั่ง)

Be เป็นรากฐานของการผันรูปทั้งหมด มักจะปรากฏหลังกริยาช่วย (will, can, should) หรือเป็นประโยคคำสั่ง ให้จินตนาการว่ามันเป็น “สัญญา” หรือ “ความคาดหวัง”

  • Future (อนาคต) I will be there. (ฉันจะ “อยู่” ที่นั่น) —— นี่คือสัญญา
  • Command (คำสั่ง) Be quiet! (เงียบหน่อย!) —— ฉันขอให้คุณเข้าสู่สถานะ “เงียบ” เดี๋ยวนี้
  • Goal (เป้าหมาย) I want to be a doctor. (ฉันอยาก “เป็น” หมอ) —— นี่คือเป้าหมายหลักของฉัน

2. Being: ปัจจุบันกาล (การแสดงออกที่กำลังดำเนินอยู่)

“การแสดงออก” ที่พูดถึงก่อนหน้านี้อยู่ในหมวดนี้! being เน้นพฤติกรรมหรือสถานะที่กำลังเกิดขึ้น “ณ ขณะนี้” มันเหมือนกับฉากที่ “กล้องกำลังถ่ายทำอยู่”

  • Behavior (พฤติกรรม) You are being weird. (คุณกำลังทำตัวแปลกๆ) —— ประเด็นคือ “ตอนนี้”
  • Passive (ถูกกระทำแบบต่อเนื่อง) My car is being washed. (รถของฉัน “กำลังถูก” ล้าง) —— ประเด็นคือ “กระบวนการล้าง” กำลังเกิดขึ้น

ตัวอย่างสถานการณ์: สามีล้างจานกะทันหัน

  • ปกติ: My husband is lazy. (สามีของฉันขี้เกียจ —— นี่คือตัวตน)
  • วันนี้: My husband is being helpful today. (สามีของฉันวันนี้ทำตัวมีประโยชน์ —— นี่คือการแสดงออก เขาอาจจะอยากซื้อ PS5 หรือเปล่า?)

3. Been: อดีตกาล (ประสบการณ์ที่สั่งสมมา)

Been มักจะมาคู่กับ have / has / had เสมอ มันแสดงถึงประสบการณ์ “ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน” เหมือนกับ “ประวัติชีวิต” ของคุณ

  • Experience (ประสบการณ์) I have been to Japan. (ฉันเคยไปญี่ปุ่น) —— นี่คือบันทึกที่เขียนอยู่ในประวัติชีวิตของฉัน
  • Duration (ระยะเวลา) It has been raining for 3 hours. (ฝนตกมา 3 ชั่วโมงแล้ว) —— จาก 3 ชั่วโมงที่แล้ว “จนถึงตอนนี้” ยังไม่หยุด
  • State (สถานะ) I have been busy all day. (ฉันยุ่งมาทั้งวัน) —— ตั้งแต่เช้า “จนถึงตอนนี้”

สรุปแบบรวบรัด: เปรียบเทียบ 3 แบบ

เพื่อให้คุณเข้าใจได้ทันที เรามาใช้ตัวอย่าง “สาย” เพื่อเปรียบเทียบการใช้งานทั้งสามแบบนี้กัน:

คำศัพท์ ประโยคภาษาอังกฤษ คำอธิบาย ความหมายหลัก
Be He should be on time. เขา “ควรจะ” ตรงต่อเวลา ความคาดหวัง/ข้อกำหนด
Being He is being late again! เขา “กำลัง” สายอีกแล้ว! พฤติกรรมที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้
Been He has been late many times. เขา “เคย” สายมาหลายครั้งแล้ว บันทึกที่สั่งสมมาจากอดีตถึงปัจจุบัน

⚠ ข้อควรระวัง! ไม่ใช่คำคุณศัพท์ทุกคำที่จะใช้กับ Being ได้

นี่เป็นรายละเอียดระดับมืออาชีพ! เพราะ being แสดงถึง “การแสดงออก” หรือ “พฤติกรรม” ดังนั้นเฉพาะ “พฤติกรรมที่ควบคุมได้” เท่านั้นที่สามารถใช้กับ being ได้

  • ใช้ได้: Rude (หยาบคาย), Patient (อดทน), Silly (งี่เง่า), Generous (ใจกว้าง) 👉 สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณสามารถ “แกล้งทำ” ได้
  • ใช้ไม่ได้: Hungry (หิว), Tall (สูง), Beautiful (สวย) 👉 คุณไม่สามารถ “กำลังแกล้งทำเป็นคนตัวสูง” หรือ “กำลังแกล้งทำเป็นหิว” ได้ในตอนนี้

ตัวอย่างที่ผิด:

  • ❌ I am being hungry.
  • ✅ I am hungry. (แค่บอกว่าฉันหิวก็พอ)

บทสรุป

ครั้งต่อไปที่คุณอยากจะแซวเพื่อนว่า “โอ้! ตอนนี้เธอทำตัวร้ายกาจจัง!” หรือชมใครสักคนว่า “ทำไมวันนี้ทำตัวดีจัง?”, นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะใช้ “You are being…”!

  • You are being so mean! (เธอกำลังทำตัวร้ายกาจมาก! —— บอกเป็นนัยว่าพวกเขากำลังเล่นมุขแรงเกินไป)
  • You are being very quiet. (สังเกตว่าปกติพวกเขาพูดเก่ง แต่ตอนนี้กลับทำตัวเงียบผิดปกติ)

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างระหว่าง be, being และ been การเรียนภาษาอังกฤษไม่ยาก เพียงแค่คุณจับตรรกะได้ คุณก็จะพูดได้อย่างง่ายดาย!

Reference

All rights reserved,未經允許不得隨意轉載
ถูกสร้างด้วย Hugo
ธีม Stack ออกแบบโดย Jimmy